@^@..อ่านละครเรื่องธิดาวานร 2 ตอนที่ 4 [4.2]



@^@..อ่านละครเรื่องธิดาวานร 2 ตอนที่ 4 [4.2]
ตอนที่ 4 (4.2) (ต่อจากวานนี้)

"ไล่ไม่กลัว กลัวไม่ไล่ คนอะไรติงต๊อง เอาของคนอื่นมาเก็บไว้ไม่ยอมคืน"อรุณีโกรธมาก แอนโตนิโอรีบบินไปซ่อนตัว ทุกคนแปลกใจที่แอนโตนิโอเปลี่ยนไป อิยะวดีกับละเอคุยกัน เธอบอกละเอว่า อุอุ๊กับอิอิ๊บอกว่าถ้าเป็นผีก็ผีเอมฤดี ละเอตกใจ ถ้าอย่างนั้นผีที่หลอกบัวบานก็ต้องเป็นผีนาถยา พนาเองก็ครุ่นคิดว่าไอ้มนุษย์ตาเดียวมือตะขอนั่นจะมารังควานทำไม เขาชักอยากเห็นหน้าผีที่หลอกอิยะวดีกับบัวบานว่าเป็นคนหรือผี
กันแน่...

ป่วนสำเร็จ เอมฤดีกับนาถยานั่งหัวเราะสะใจที่ได้หลอกอิยะวดีกับบัวบาน ไม่ทันไรทั้งสองคนก็โดนผีแสงจิ่งกับจันสมมาทวงหน้าคืนอีก ทั้งสองร้องลั่น คำรณตกใจวิ่งมาเคาะประตูห้อง สองแม่ลูกรีบออกมา ร้องว่าโดนผีหลอก แต่คำรณกลับเห็นว่าทั้งสองตาฝาด

ooooooo

ในป่า บุราณเดินเล่นเพลินๆ ได้ยินเสียงเพลงที่ไม่ใช่ภาษาไทย เขาแปลกใจว่าใครมาร้องเพลงในป่าดึกดื่นป่านนี้ แต่ช่างไพเราะเหลือเกิน บุราณเดินตามเสียงเพลงไปเหมือนต้องมนตร์ เห็นสาวงามนั่งบนโขดหินใต้น้ำตกที่ไหลลงมา ร้องเพลงหน้าตาดูหม่นหมอง บุราณเหมือนต้องมนตร์เดินลุยน้ำจะไปหาไม่ทันเห็นว่ามีจระเข้ตัวหนึ่งกำลังว่ายน้ำตรงมาที่เขา

เมื่อถูกยี่เข่งไล่ นาตาลีจึงหนีมาหาบุราณในป่า ระหว่างที่โหนเถาวัลย์มาได้ เห็นจระเข้พุ่งมาทางบุราณ นาตาลีส่งเสียงร้องเตือน บุราณได้ยินเสียงนาตาลี รู้สึกตัวหันไปมองตกใจ

ร้องลั่น "จระเข้!!"

มะเมียะตกใจได้ยินเสียงบุราณจึงหยุดร้องเพลง แล้วหันมาส่งภาษากับจระเข้ พร้อมพูดเป็นภาษาไทยด้วยว่า "...ไปให้พ้น" แล้วกระโดดลงน้ำว่ายตรงไปหาจระเข้

บุราณตกใจอะไรกันนี่ มะเมียะดำดิ่งลงไปในน้ำ จระเข้ ดำตามลงไป "ผู้หญิงคนนั้นพูดกับจระเข้!" บุราณไม่อยากจะ เชื่อ หรือว่าจระเข้จะลงไปทำร้ายเธอ เขาจึงดำลงไปดูแต่ไม่

พบอะไรเลย เขาสงสัย หรือเธอจะเป็นเพื่อนกับจระเข้

เสียงร้องเจี๊ยกจ๊ากของนาตาลีทำให้บุราณกลับขึ้นมาบนฝั่ง นาตาลีกระโดดโลดเต้นเข้าหา บุราณแปลกใจ ทำไมนาตาลีไม่อยู่กับยี่เข่ง นาตาลีแยกเขี้ยวส่งเสียงดุเมื่อได้ยินชื่อยี่เข่ง บุราณจึงพานาตาลีกลับไปที่เต็นท์ แต่เขาหลงทางจำทางกลับไม่ได้ นาตาลีจึงชี้ไปบนต้นไม้ ให้ขึ้นไปมองบนนั้น จะเห็นทาง ขณะเดียวกันพรานเส็งกับพวกเพิ่งรู้ว่าบุราณหายไปจึงพากันออกตามหา...แสนไทกับสะมะแออยู่บนยอดไม้ เห็นบุราณเดินอยู่กับนาตาลี สะมะแอเฝ้าดูบุราณเพราะเชื่อว่าจะเป็นคนนำทางเขาไปสู่รมยนคร
นาตาลีได้กลิ่นเสือจึงร้องเจี๊ยกจ๊าก พรานเส็งกับพวกได้ยินเสียงนาตาลีแว่วๆ ไม่ทันไรมีเสียงเสือดังแว่วมาเช่นกัน ทุกคนตกใจระวังตัว เสือเดินย่างเข้าใกล้บุราณ นาตาลีกระโดดหนีขึ้นต้นไม้ บุราณทำอะไรไม่ถูกยืนแข็งทื่อ "หนีจระเข้ปะเสือหรือนี่..."

สะมะแอสั่งแสนไทให้ช่วยบุราณ ทั้งสองขว้างอาวุธลับ ใส่เสือ ประจวบกับพวกพรานเส็งยิงปืนใส่เสือ เสือโดนทั้งกระสุน และอาวุธลับโดดหนีเข้าป่าไป บุราณยืนตะลึงที่อาวุธลับปักอยู่ ที่พื้นรอบตัวเขา พรานเส็งกับพวกกรูเข้ามา บุราณร้องบอกให้ ทุกคนหยุด ทุกคนตกใจ

"ดูที่พื้น อาวุธลับดาวห้าแฉกปักรอบตัวผม มันมี

พิษถึงตายทั้งนั้น"

"อาวุธลับ!" ทุกคนพูดพร้อมกัน

นาตาลีหยิบอาวุธลับขึ้นมาแล้วเขวี้ยงกลับไปบนยอดไม้ บุราณแปลกใจว่านาตาลีทำอะไร แสนไทกับสะมะแอตกใจกระโดดหลบ "ไอ้ลิงบ้านั่นมันแสนรู้จริงๆ แสนรู้เหมือนลิงของเจ้าหญิงน้อยทรายคำ"

"ท่านพ่อกำลังจะบอกว่ามันรู้ว่าเราอยู่บนนี้"

สะมะแอพยักหน้า "อย่างที่พ่อคิดนั่นแหละ ประวัติศาสตร์

มันกำลังจะซ้ำรอย หรือไม่ก็การกลับชาติมาเกิดเป็นเรื่องจริง"...

ในคืนเดียวกัน อิยะวดีกำลังเคลิ้มจะหลับ ก็มีเสียงสอง เสียงที่ข้างหู "ช่วยเราด้วยๆๆ เอาหน้าเราคืนมาให้ด้วยๆๆ" อิยะวดีสะดุ้งตื่นปลุกละเอให้ตื่นมาช่วยฟังว่าเสียงใคร

"กลิ่นคนดีหอมหวนไปหมดค่ะ" ละเอตื่นมาสูดดมทั่วห้อง

อิยะวดีถามว่าได้กลิ่นแล้วไม่ได้ยินเสียงหรือ เสียงคนขอให้ช่วยเอาหน้าคืน ละเองง เพราะไม่ได้ยินอะไร "ฝันหรือเปล่าคะ ทำไมไม่ลองถามอุอุ๊กับอิอิ๊ดูบ้างคะว่าได้ยินไหม"

"อุอุ๊กับอิอิ๊หลับสนิทน่ะสิ ไม่ได้ยินหรอก กลิ่นคนดีที่ละเอได้กลิ่นยังอยู่ไหม"

ละเอบอกว่าหายไปหมดแล้ว อิยะวดีทำหน้าเศร้าและบอกว่า ทั้งอุอุ๊และอิอิ๊ก็คิดไม่ออกว่าเป็นเรื่องจริงหรือฝันไป... เสียงนี้ไม่เพียงแต่อิยะวดีได้ยิน แต่พนาก็ได้ยินเช่นกัน เขาตกใจตื่นคิดว่าแอนโตนิโอพูด แต่พอมองไปรอบห้องไม่มีแอนโตนิโอจึงนั่งงงว่าฝันหรือจริง

พออิยะวดีพยายามข่มตาหลับ เธอก็ฝันอีก ฝันเห็นบ่อจระเข้ยุบยับไปหมด มีเสียงกรีดร้องของหญิงสาว ทหารจำนวนหนึ่งจับชายชรามัดมือมัดเท้าลากมาริมบ่อ ชายคนนั้นสาปแช่งเป็นภาษาขอมและภาษาไทยว่า "...ข้าขอสาปแช่งพวกเจ้าให้มีอันเป็นไป"

หญิงสาวร้องขอให้ปล่อยพ่อของเธอ แต่พวกทหารก็โยนชายชราลงไป จระเข้ขย้ำร่างชายชรา หญิงสาวกรีดร้องโดดตามลงไป จระเข้แหวกออกว่ายน้ำหนี หญิงสาวร้องเรียก "ท่านพ่อ ท่านพ่อ จระเข้มาสิมากินข้า ข้าจะตามไปหาท่านพ่อ มากินข้าๆๆ"

อิยะวดีสะดุ้งตื่นลุกพรวดขึ้น ละเอตกใจตื่นไปด้วย อิยะวดีเล่าความฝันให้ละเอแก้ฝัน

"ละเอขอทำนายฝันประหลาดของคุณหนูว่า คุณหนูกำลังจะพบเพื่อนแท้แต่ชาติปางก่อน" ละเอต้องอธิบายคำว่าชาติปางก่อนให้อิยะวดีฟังอีก

อิยะวดีสงสัยว่าเราเกิดมาใช้กรรม แสดงว่า "ชาติก่อนอิยะวดีทำเลวมาก เกิดมาชาตินี้เลยลำบากมาก"

"ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่ คุณหนูแค่อาจไปทำอะไรใครไว้ เลยต้องรับกรรมบ้าง เขาเรียกว่าชดใช้ให้เจ้ากรรมนายเวรค่ะ"

"เอมฤดีกับคุณนาถยา นายคำรณเป็นเจ้ากรรมนายเวรของอิยะวดีใช่ไหม"

"อะไรประมาณนั้น แต่พวกเขาก็ชดใช้กรรมที่มาก่อไว้ถึงตายไปแล้วนะคะ"

อิยะวดียังถามอีกว่าทั้งสามคนจะกลับมาทำร้ายเธออีกไหม ละเอปลอบว่าเกิดมาก็โตไม่ทันทำร้ายได้ แต่อิยะวดียังสงสัยว่าถ้าทั้งสามคนยังไม่ตายล่ะ ละเอตกใจห้ามอิยะวดีพูดแบบนี้ อิยะวดีอ้างอุอุ๊กับอิอิ๊อยากรู้ ละเอหวั่นใจ อิยะวดี

เห็นละเอใจเสียจึงบอกว่าเธอพูดเล่น

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น อิยะวดีกับพนาถือถังสังฆทานมา ทำบุญที่วัดด้วยกัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้คนที่เขาทั้งสองฝันถึง ในเวลาเดียวกัน นาถยากับเอมฤดีเดินหิ้วของถวายพระมาอีกทาง ตั้งใจจะมาขอของกันผีจากหลวงพ่อ ทั้งสองคุยกันว่า แก้แค้นพวกอิยะวดีแล้ว จะหนีจากเจ้านายอำมหิตไปอยู่ต่างประเทศ เพราะเชื่อว่าจะได้ทรัพย์ สมบัติอย่างที่คำรณสาธยายไว้

พอเดินมาถึงบันไดกุฏิ ทั้งสี่คนก็เจอกัน พนาทักพวงมาลีกับแสงจิ่ง แสงจิ่งรีบบอกว่าเธอเปลี่ยนชื่อเป็นแสงแก้ว อิยะวดี ชักสีหน้าไม่พอใจ พนากระซิบให้อิยะวดีมีมารยาท สองแม่ลูกทำเป็นสงบเสงี่ยมให้พนากับอิยะวดีขึ้นไปถวายของพระก่อน แต่พนาให้ขึ้นไปพร้อมกัน สองแม่ลูกแอบยิ้มพอใจ

เมื่อถวายของเสร็จ อิยะวดีกราบพระเก้ๆกังๆแล้วกล่าว "หลวงพ่อขา อิยะวดีมีปัญหาอยากจะถามค่ะ เมื่อคืนมีคนแต่หน้าเหมือนผีมายืนด่าอิยะวดีค่ะ"

"อิยะวดีพูดกับหลวงพ่ออย่างนั้นไม่ได้ ด่าเด่ออะไร แทนตัวว่าอิยะวดีก็ไม่ได้ต้องใช้คำว่าดิฉัน" พนารีบสอน

หลวงพ่อยิ้มๆบอกให้พูดตามสบายเข้าประเด็นเลย สองแม่ลูกกลัวว่าหลวงพ่อจะรู้รีบพูดแทรกขึ้นว่า พวกเธอก็โดนผีหรือคนไม่ทราบมาหลอกหลอน อิยะวดีรีบบอกว่าผีเอมฤดี กับผีนาถยา สองแม่ลูกสบตากัน หลวงพ่อกล่าวว่าผีไม่มีจริงเป็นเพียงความเชื่อ

"ถ้าอย่างนั้นเป็นอย่างที่อิยะวดีกับอุอุ๊อิอิ๊คิดแน่ๆ คนที่มาด่าอิยะวดีไม่ใช่ผี"

"โยมคิดมีเหตุผลดีมาก"

"ถ้าไม่ใช่ผี บางทีนาถยากับเอมฤดียังไม่ตาย มีเหตุผลมั้ยคะ"

สองแม่ลูกสะดุ้ง พนาเอ็ดอิยะวดีว่าเหลวไหล ใครๆก็รู้ ว่าสองคนนั่นตายแล้ว แสงแก้วรีบพูดว่าผีสองคนนั่นมาเข้าสิงเธอกับลูก อิยะวดีไม่เชื่อว่าสองคนนั่นตาย พวงมาลีเริ่มโกรธ แสงแก้วสะกิดปราม พนาจึงบอกอิยะวดีว่าความเชื่อของใครก็อย่าไปลบหลู่ แต่อิยะวดียืนกรานว่าเธอเชื่ออย่างนั้น สองแม่ลูกรีบกราบลา พนาจึงชวนให้กลับด้วยกัน แล้วให้อิยะวดีกราบลาหลวงพ่อ อิยะวดีก้มกราบ "เจริญพรค่ะหลวงพ่อ"

ทุกคนชะงัก พนารีบอธิบายว่าคำนั้นพระเท่านั้นที่พูดได้ อิยะวดีบ่นอุบว่าหน้าแตก...เดินกันออกมาถึงหน้าวัด แสงแก้วกับพวงมาลีทำเป็นเจียมตัวขอไปเอง เพราะต้องไปหางานทำ ต้องทำงานทุกอย่างเพื่อให้พอค่ากินอยู่ อิยะวดีเริ่มใจอ่อนสงสาร พนาแกล้งถาม

"ขอประชามติจากอุอุ๊กับอิอิ๊แล้วหรือว่าพวกเขาน่าสงสาร"

อิยะวดีชี้ที่หัวใจ "ความสงสารมาจากใจอิยะวดี" ว่าแล้วอิยะวดีก็เรียกสองแม่ลูกให้ขึ้นรถไปด้วยกัน

อิยะวดีพูดคุยด้วยดีกับสองแม่ลูก และชวนพวงมาลีให้มาดูหนังสือด้วยกัน สองแม่ลูกยิ้มดีใจเข้าทาง รีบขอบคุณก่อนจะลงจากรถ พอรถแล่นไป สองแม่ลูกก็ระเบิดหัวเราะกันเต็มที่ด้วยความสะใจ "โอ๊ย ทำเป็นอวดฉลาด ที่แท้ก็โง่เหมือนแม่มัน"

"เป็นทีของเราแล้ว รุกคืบเข้าไป ให้เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นให้ได้"

พวงมาลียิ้มเยาะ เพราะบ้านนั้นเคยเกือบเป็นของเธอกับแม่มาก่อน

ooooooo

(อ่านต่อพรุ่งนี้)