อ่านละครย่อเรื่อง ศิราพัชร ดวงใจนักรบ วันที่ 30 กันยายน 2553

อ่านละครย่อเรื่อง ศิราพัชร ดวงใจนักรบ วันที่ 30 กันยายน 2553
“เจ้าเกือบตายเพราะช่วยเรา” พชรเอ่ยปากหลังจากจัดการกับทหารสอดแนมเสร็จ

“หากมินาลินไร้เจ้าชายรัชทายาท แล้วใครที่จะโค่นดารัณลงได้ แม้ต้องตายเพื่อท่านก็นับเป็นเกียรติสูงสุด”

“เราคงต้องแยกกันตรงนี้ เจ้ารีบไปเถอะก่อนที่ดารัณมันจะสงสัยในตัวเจ้ามากไปกว่านี้”

---@@@---

บาจรีย์หมกมุ่นค้นหาข้อมูลการรักษาโรคเกี่ยวกับสมองจากทางอินเทอร์เน็ต มุ่งมั่นอยากช่วยฟื้นความจำให้วาสิน ตัดหน้าลำธาร บาจรีย์คิดว่าถ้าวาสินได้อยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคยอาจจะฟื้นความจำได้ดีกว่า พอรู้จากภูษณะว่าวาสินเคยมาล่าสัตว์กับมาดิสร์ที่ภูเขาด้านใต้ ของป่าแถบนี้อยู่บ่อย ๆ จึงแอบพาวาสินเข้าไปในป่าโดยไม่ยอมบอกให้ใครรู้

พอรู้ว่าวาสินหายตัวไป ลำธารก็นึกถึงคำพูดบาจรีย์ที่บอกจะหาทางช่วยวาสินขึ้นมาได้ ลำธารสังเกตเห็นมีรอยเท้าผู้ชายกับผู้หญิงย่ำออกไปนอกค่าย จึงแอบตามไป โดยไม่ลืมทำสัญลักษณ์ทิ้งไว้บนต้นไม้ ตามประสบการณ์ที่ได้จากการเดินป่าหลบพวกทหารดารัณกับพชร

บาจรีย์พาวาสินไปรื้อฟื้นความทรงจำที่นั่งร้านส่องสัตว์กลางป่า วาสินเห็นเชือกที่ผูกติดกับนั่งร้านห้อยลงมา แทนที่จะนึกถึงเหตุการณ์ตอนล่าสัตว์กับมาดิสร์ได้ กลับนึกถึงเรื่องที่ถูกดารัณจับมัดกับรถแล้วลากไปทั่ว เมืองแทน

วาสินเริ่มมีอาการหวาดกลัว คลุ้มคลั่ง มองเห็นบาจรีย์บิดเบี้ยวเพี้ยนไปอย่างน่ากลัว บาจรีย์พยายามจะเข้าไปปลอบ วาสินหยิบไม้ขึ้นมาถือเป็นอาวุธ พลางเหวี่ยงแขนไปมากันไม่ให้บาจรีย์เข้าถึงตัว ส่งผลให้ท่อนไม้ฟาดหน้าบาจรีย์จนล้มลง

วาสินวิ่งกระเซอะกระเซิงหายเข้าป่าไป บาจรีย์ฝืนลุกขึ้น แล้ววิ่งตามวาสินไป ลำธาร ตามมาเจอ พยายามจะเข้าไปปลอบให้วาสินสงบลง บาจรีย์ดื้อดึงไม่ยอมเชื่อลำธาร ทำให้วาสินคลั่งหนักขึ้นกว่าเก่า บาจรีย์จะเข้าไปจับตัววาสิน วาสินถอยหนีจนเสียหลัก ร่วงไถลลงไปตามทางลาด หัวฟาดกับต้นไม้อย่างแรง ล้มลงสลบที่โคนต้นไม้

ลำธารช่วยห้ามเลือดให้วาสิน แล้ว ปลอบบาจรีย์ที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ให้มาช่วยกันประคองพาวาสินกลับไปรักษาตัวต่อที่ค่าย ธามกับพชรอาศัยสัญลักษณ์ที่ลำธารทำไว้ ตามมาช่วยกันพาวาสินกลับไปรักษาตัวต่อที่ค่ายได้ทันเวลา

บาจรีย์รู้สึกผิด เดินเข้าไปเกาะแขนพชร ขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้วาสินได้รับบาดเจ็บ พชรเครียดจัดตวาดใส่ บาจรีย์น้ำตาคลอ นึกน้อยใจ เป็นจังหวะเดียวกับที่ธีรัชเดินออกมา บอกว่าวาสินพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เพราะวาสินเสียเลือดไปมาก โชคดีที่ลำธารมีกรุ๊ปเลือดเดียวกันได้บริจาคเลือดช่วยชีวิตวาสินไว้ บาจรีย์อึ้งไป ที่ความดีความชอบทั้งหมดไปตกอยู่ที่ลำธาร!

บาจรีย์หันหลังปาดน้ำตา เดินหนีจากทุกคนไปอย่างเจ็บช้ำ ธามนึกเป็นห่วง รีบเดินตามไปพูดจาเย้าแหย่ปลอบใจ แต่บาจรีย์กลับร้องไห้โฮออกมาด้วยความเสียใจ ธามนึกสงสารจึงหลอกให้บาจรีย์ทำข้าวต้มหม้อโตให้ทุกคนในค่ายกิน เพื่อให้บาจรีย์ได้รู้สึกว่าตนเองมีค่า มีความสำคัญกับคนอื่น ๆ นอกเหนือจากพชร บาจรีย์เห็นทุกคนในค่ายกินข้าวต้มกันอย่างเอร็ดอร่อยก็ค่อยรู้สึกดีขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกเสียใจเรื่องพชรไม่หาย

“บาจรีย์ คุณหมกมุ่นแต่เรื่องของตัวเองมากเกินไป คุณสนใจก็แต่พชร อะไร ๆ ก็พชร แต่คุณรู้มั้ยว่า คุณยังมีประโยชน์คุณน่ะทำดีให้กับคนอื่น ๆ ได้อีกตั้งเยอะ แบ่งเวลาเอาใจพชร หันมาใส่ใจคนอื่น ๆ รอบตัวคุณบ้าง แล้วคุณจะมีความสุขมากขึ้น”

“แต่ความสุขอย่างเดียวของฉัน คือได้เป็นคนพิเศษของพี่พชร”

ธามได้แต่มองตามหลังบาจรีย์ที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกสงสาร “แต่คนพิเศษของพชร มีได้แค่คนเดียว แล้วอาจจะไม่ใช่คุณก็ได้”

---@@@---

ลำธารเป็นห่วงพชรที่คอยนั่งเฝ้าวาสินอยู่ข้างเตียง ไม่ยอมกลับไปนอนหลับพักผ่อน จึงตัดสินใจเข้าไปเปลี่ยนเวรช่วยเฝ้าวาสินแทน พชรดีใจมากที่รู้ว่าลำธารเป็นห่วง

“ลำธารความรู้สึกที่คุณมีให้ผม มันยังไม่เปลี่ยนไปใช่มั้ยครับ”

“ฉันไม่พร้อมจะคุยปัญหาที่มันผ่านมาแล้ว ฉันไม่อยากรื้อฟื้นมัน ปล่อยให้มันเป็นสายลมที่พัดผ่านไปเถอะพชร”

“แม้ว่าเราจะไม่เข้าใจกันอย่างนั้นเหรอ”

“บางทีการที่ฉันไม่รับรู้ปัญหาของนายมากไปกว่านี้ คงทำให้ฉันอยู่ที่นี่ด้วยความทุกข์ที่น้อยลง”

พชรเศร้าลง ก่อนหันหลังเดินจากไป ลำธารถอนใจระบายความกลัดกลุ้มกับปัญหาหัวใจที่คาราคาซัง

“พชรฉันกลัวที่จะรู้เหตุผลว่าทำไมเราถึงรักกันเหมือนเดิมไม่ได้”

พาริณที่แอบดูอยู่รีบเดินออกมาหา ลำธาร “ฉันเห็นด้วยที่เธอไม่ควรรับรู้ แต่ความจริง มันก็คือความจริง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับความรักก็คือการที่ไม่มีวันรักกันได้ อีกไม่นานหรอก เธอจะเข้าใจมันเอง”

พาริณเดินจากไป แอบสะใจอยู่ลึก ๆ

“ไม่มีวันรักกันได้ เธอหมายความว่ายังไง” ลำธาร มองพาริณเดินจากไปอย่างคาใจ ข้องใจในสิ่งที่พาริณต้องการจะสื่อ!!!

---@@@---

ตอนที่ 14

พาริณแอบเข้าไปขโมยสร้อยรักเท่าชีวิตจากห้องพักของพชรมาเก็บไว้ เพราะไม่อยากให้พชรมอบสร้อยเส้นนี้ให้ใครอีก

---@@@---

ชาครวางแผนให้พชรพากองกำลังใต้ดินบุกเข้าไปในคลังแสงของดารัณทางเส้นทางลับที่ใช้สำหรับลำเลียงกำลังและหลบหนีศัตรู หลังจากบุกยึดและทำลายคลังแสงได้แล้วก็ค่อยขนอาวุธออกทางประตูทางเข้าปกติที่มีทหารดารัณคอยเฝ้าอยู่ แต่ชาครจะช่วยมอมเหล้าพวกทหารเตรียมพร้อมไว้ให้

ก่อนออกไปรบ พชรพยายามจะปรับความเข้าใจกับลำธารอีก แต่ลำธารไม่เปิดโอกาส ให้ ด้านบาจรีย์พยายามทำอาหารไปง้อพชร แต่พชรกลับไม่สนใจ ภูษณะรู้สึกสงสารที่เห็นพชรยกอาหารที่บาจรีย์ตั้งใจทำมาให้เป็นพิเศษให้จ่าแสงกิน จึงรีบเดินตามไปปลอบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้บาจรีย์รู้สึกดีขึ้นสักเท่าไหร่

ธีรัชรู้ว่าพชรคงอยากได้กำลังใจจาก ลำธารก่อนออกไปรบ จึงพูดเตือนสติให้ลำธารได้คิด และตัดสินใจซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ธีรัชไปดักรออวยพรให้พชรโชคดีกลางทาง พชรยิ้มกว้างอย่างมีความสุขจนแทบล้นทะลัก ผิดกับพาริณที่ได้แต่ยืนมองดูพชรกับลำธารอย่างหงุดหงิดกับภาพบาดหัวใจ

---@@@---

อดิศรบุกเดี่ยวไปหาดารัณที่พระราชวัง มินาลิน ดารัณไม่กล้าทำอะไร เพราะอดิศรอ้างว่ามาคอยดูแลรับผิดชอบหน่วยแพทย์สากลที่มาปฏิบัติงานเพื่อมนุษยธรรมอยู่ในมินาลิน สองฝ่ายใช้จิตวิทยาสงครามประสาทเข้าห้ำหั่นกัน ในขณะที่ใบหน้ายิ้มแย้ม

พชรนำกองกำลังบุกเข้าโจมตีคลังแสงของดารัณตามแผนการที่ชาครวางไว้ ราชิตรู้ข่าว รีบเตรียมกำลังทหารจะไปจัดการกับพวก พชร อดิศรสบโอกาสช่วยเหลือพชร ด้วย การพูดจาดูถูกว่ากองกำลังของดารัณคงไม่มีประสิทธิภาพถึงปราบกบฏไม่ได้เสียที ดารัณเสียหน้ามาก จำต้องสั่งให้ราชิตไปจัดการกับพวกพชรตามลำพัง ไม่ให้เอากองกำลังติดตามไปด้วย

แผนที่ชาครวางไว้ให้ ทำให้พวกพชรสามารถจัดการกับพวกทหาร และทำลายคลังแสงของดารัณได้อย่างง่ายดาย ดารัณไม่พอใจมาก แต่ในเมื่อไม่มีหลักฐานว่าอดิศรเข้าร่วมกับพวกพชรก็จำต้องปล่อยตัวอดิศรกลับไป

หลังทำลายคลังแสงเสร็จ พวกพชรช่วยกันลำเลียงอาวุธขึ้นรถยีเอ็มซีเตรียมขนกลับไปค่าย ราชิตเดินทางมาถึงคลังแสงพอดี พชรอยากให้ชาครกลับไปที่ค่ายด้วยกันเพราะรู้ว่าราชิตคงไม่ปล่อยชาครให้รอดไปได้ แต่ชาครอาสาอยู่คอยกันราชิตให้

ราชิตบุกยิงเข้าใส่พวกพชร พวกพชรยิงต่อสู้ ก่อนรีบขึ้นรถกันหมด ไม่นานนักรถยีเอ็มซีแล่นออกไป ชาครควักปืนขึ้นยิงกราด โยนระเบิดใส่พวกราชิต ก่อนวิ่งหนีไปอีกทาง ราชิตสั่งพวกทหารให้ตามพวกพชรไป ส่วนตัวเองวิ่งตามชาครไปด้วยความโกรธแค้น

พวกพชรจัดการฆ่าทหารดารัณที่ตามมาจนเกลี้ยง พชรเป็นห่วงชาครมาก ตัดสินใจขับรถยีเอ็มซีย้อนกลับไปช่วยชาคร แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตชาครไว้ได้ทัน ทุกคนรู้สึกโศกเศร้ากับการจากไปของชาครเป็นอย่างมาก

ตอนที่ 15

พชรนำศพชาครกลับมาทำพิธีเผาที่ค่าย วาสินเศร้าสลดมากกว่าใครกับการจากไปของชาคร อดิศรเห็นทุกคนอยู่ในอาการเศร้าสลด ไม่ลืมกำชับเตือน

“หมดเวลาแห่งความเสียใจแล้ว แม้จะทำลายคลังแสงได้แต่ยังห่างไกลจากชัยชนะ”

“ซ้ำยังเติมเพลิงแค้นให้แก่ดารัณ นับแต่วินาทีนี้เตรียมรับมือการโจมตีของมันให้ดี” พชรหันไปบอกทุกคนให้เตรียมตัวให้พร้อมกับปัญหาใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น!

---@@@---

ดารัณโกรธมากสั่งรัฐมนตรีคลังให้เอาเพชรพลอยที่มีอยู่ในคลังออกมาขายเพื่อซื้ออาวุธใหม่ไว้ใช้ต่อกรกับพวกพชร รัฐมนตรี คลังไม่เห็นด้วยกับการนำเอาเพชรพลอยสำรองที่มีไว้ใช้ในยามฉุกเฉินออกมาซื้ออาวุธ จึงถูกดารัณฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหด

คเชนทร์และคามินคือคู่หูนักฆ่าจอมเหี้ยมโหด อดีตคือทหารผู้เชี่ยวชาญการสู้รบ ในป่า ทั้งสองเคยถูกวาสินสั่งจำคุกตลอดชีวิต แต่แหกคุกหนีไปได้ คเชนทร์ชอบการเข่นฆ่า บ้าคลั่ง อาวุธคือกริชคู่ ส่วนคามินเงียบขรึม เลือดเย็น แต่ก็โหดเหี้ยมสุด ๆ มีอาวุธเป็นขวาน สับแหลก

คเชนทร์และคามินบุกเข้ามาลอบฆ่าวาสินในวังด้วยความแค้น แต่กลับได้เจอกับ ดารัณและราชิตแทน ดารัณรีบเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส หลอกใช้คเชนทร์และคามินให้ไปจัดการฆ่าพชรแทนราชิตทันที

---@@@---

ลำธารเป็นห่วงพชร จึงทำน้ำสมุนไพรมาให้พชรดื่มแก้เครียด พชรพยายามจะปรับความเข้าใจกับลำธาร แต่ลำธารยังทำใจแข็งเดินหนีกลับออกไปจากเรือนพักพชร โดยไม่รู้ว่า ภูษณะบังเอิญผ่านมาเห็นพชรสารภาพรักลำธารเข้าพอดี

ภูษณะโกรธมากท้าพชรประลองดาบ ภูษณะฟาดฟันดาบใส่พชรไม่ยั้ง พชรเอาแต่ตั้งรับไม่ยอมสู้ ธามกับบาจรีย์เดินผ่านมาเห็น พากันแปลกใจ แล้วพชรก็ทนไม่ไหวโยนดาบทิ้งลงกับพื้น ภูษณะเกือบยั้งมือไม่ทัน คมดาบห่างจากใบหน้าพชรนิดเดียวเท่านั้น

“หยิบดาบขึ้นมาสิวะ”

“ไม่ นายคงไม่ได้อยากประดาบกับฉัน จริง ๆ มีเรื่องอะไรก็พูดมาตรง ๆ เถอะ”

อ่านละครย่อเรื่อง ศิราพัชร ดวงใจนักรบ วันที่ 30 กันยายน 2553
ที่มา เดลินิวส์